หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

แชร์ประสบการณ์เสริมจมูกโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา

เสริมจมูกโรงพยาบาลพยาไท ศรีราชา

อย่างที่ทราบกันดีว่า ผู้หญิงกับเรื่องของความสวยความงามนั้นเป็นของคู่กันมาช้านาน การมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นจึงดูเหมือนจะเป็นความปรารถนาสูงสุดของผู้หญิงหลายคน เหตุผลนั้นอาจไม่ใช่เพียงเพราะผู้หญิงเป็นเพศที่ชื่นชอบความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่การมีภาพลักษณ์ที่ดีเป็นเสมือนใบเบิกทางไปสู่การได้รับโอกาสที่ดีมากมาย ทั้งในด้านความรัก สังคมและหน้าที่การงาน อีกทั้งความสวยนั้นยังเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงเรารู้สึกมีคุณค่าและภาคภูมิใจในตนเอง


ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คุณผู้หญิงหลายๆ คนจะใส่ใจและดูแลตัวเองเป็นอย่างดีตลอดเวลา ทั้งออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ ดูแลสุขภาพจิตให้แข็งแรง หรือแม้กระทั่งการศัลยกรรมตกแต่ง ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทางเลือกนี้จะมีกระเเสการตอบรับอย่างล้นหลามเเละเป็นอีกทางเลือกยอดฮิตที่คุณผู้หญิงยอมควักเงินจ่ายเเบบไม่ลังเล


เเน่นอนว่าเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านการศัลยกรรมตกเเต่งมาเหมือนกัน เเละสิ่งที่เราทำตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวก็คือการเสริมจมูก เชื่อว่าตอนนี้คงมีเพื่อนๆ หลายคนกำลังหาข้อมูลนี้อยู่ เเละในบทความนี้เราจะมาเเชร์ประสบการณ์การเสริมจมูกที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ให้กับเพื่อนๆ ได้อ่านเพื่อเป็นวิทยาทาน 

ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เพื่อนๆ ควรทราบก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม ดังนั้นขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่คิดจะทำศัลยกรรมส่วนใดบนร่างกายก็ตาม อย่าละเลยหรือมองข้ามที่จะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดเเละสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายเเละชีวิต

การเสริมจมูกที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา  อันดับเเรกเราต้องไปพบคุณหมอ เพื่อประเมินลักษณะโครงสร้างจมูกเเละรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เราจะได้หลังการผ่าตัด การเข้าพบคุณหมอนั้นเราต้องโทรไปนัดวันเเละเวลากับคุณพยาบาลประจำเเผนกศัลยกรรมตกเเต่งก่อน (เบอร์โทร. 038-317333 ต่อ 3741) หลังจากนัดวันเรียบร้อยเเล้ว ให้เพื่อนๆ ไปพบคุณหมอตามวัน เวลาที่นัดหมายไว้ โดยเมื่อไปถึงโรงพยาบาล เพื่อนๆ จะต้องขึ้นลิฟท์ด้านหน้าตึกไปที่ชั้น 7 ตึก B เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก เพื่อนๆ จะมองเห็นเเผนกศัลยกรรมตกแต่งอยู่ด้านหน้าพอดีเลย หลังจากนั้นให้เพื่อนๆ เดินผ่านประตูเข้าไปด้านในสุด ด้านขวามือจะมีเคท์เตอร์พยาบาลอยู่ พยาบาลจะมาต้อนรับเเละให้เรากรอกประวัติผู้ป่วย 

การเข้าพบคุณหมอ สิ่งเเรกที่คุณหมอถามคือ เราอยากได้อะไรจากการศัลยกรรมเสริมจมูก เมื่อเราบอกสิ่งที่เราต้องการเเล้ว คุณหมอจะตรวจสภาพจมูกของเรา เเละเริ่มอธิบายเกี่ยวกับการเสริมจมูก ซึ่งคุณหมอจะบอกเสมอว่า สิ่งสำคัญคือความปลอดภััยของคนไข้ หากเราต้องการจมูกที่โด่งมาก เเต่เนื้อจมูกเราน้อยหรือคุณหมอประเมินเเล้วไม่น่าจะทำได้ คุณหมอจะอธิบายให้ฟังเเล้วเราค่อยตัดสินใจนะคะ ค่าใช้จ่ายในการพบคุณหมอ จะอยู่ที่ 500 บาทค่ะ

หลังจากพบคุณหมอเเล้วก็ถึงเวลาที่จะตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ หากเราทำก็นัดวันทำกับพยาบาลด้านหน้าเคาท์เตอร์ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดอยู่ที่เเพจเกจละ 17,900 บาท เเต่เราจำไม่ได้ว่าเราจ่ายล่วงหน้าหรือจ่ายวันผ่าตัด

ก่อนถึงวันผ่าตัด พยาบาลจะโทรมาเตือนเราล่วงหน้า ก่อนถึงวันผ่าตัดให้เราเตรียมแผ่นเจลประคบเย็นไปด้วยอย่างน้อย 2 ชิ้น เพื่อใช้หลังการผ่าตัด เเต่เราไม่ต้องเเช่เย็นไปนะคะ พอไปถึงโรงพยาบาล ยื่นเเผ่นประเจลให้พยาบาลหน้าเคาท์เตอร์ พยาบาลจะเอาเเผ่นเจลไปเเช่เย็นให้ค่ะ  

เมื่อถึงวันผ่าตัดให้เราไปถึงโรงพยาบาลก่อนเข้าห้องผ่าตัด ประมาณสัก 1 ชั่วโมงนะคะ ระหว่างรอเข้าห้องผ่าตัด เราต้องตรวจสุขภาพ วัดความดัน ทำความสะอาดจมูก ตัดขนจมูก เปลี่ยนชุดเเละตรวจจมูกก่อน (กรณีจมูกมีแผลหรือมีสิวอักเสบ คุณหมอจะงดการผ่าตัดไปก่อน ต้องนัดทีหลังค่ะ) พยาบาลจะเอายามาให้ทานก่อนเป็นยานอนหลับกับยาเเก้อักเสบ(ถ้าจำไม่ผิด) เเต่เราไม่กินยานอนหลับ เพราะเราไปคนเดียว ไม่มีเพื่อนไปด้วย พยาบาลบอกว่าถ้ากินเเล้วพอตื่นขึ้นมาจะเบลอ ไม่ค่อยได้สติ หากต้องเดินทางกลับบ้านจะประสบอุบัติเหตตุได้ 


เมื่อถึงเวลาเข้าห้องผ่าตัด จะมีพยาบาล 2 คนอยู่คอยเป็นผู้ช่วยคุณหมอเเละเตรียมเครื่องมือ ทันทีที่เรานอนลงบนเตียง พยาบาลจะใส่สายวัดชีพจรเเละสายวัดความดันไว้ที่นิ้วเท้าเเละขาข้างหนึ่งของเรา ตอนนั้นในใจรู้สึกกลัวมาก เพราะเราไม่เคยผ่าตัดมาก่อน ระหว่างกำลังจมอยู่ในภวังค์นั้น เราได้ยินเสียงฝีเท้าคุณหมอเดินเข้ามาในห้อง พยาบาลเริ่มรายงานความพร้อม 

ทันทีที่พยาบาลพูดจบคุณหมอใช้อะไรเย็นๆ ทาไปทั่วใบหน้าเรา (เราคิดว่าน่าจะเป็นเเอลกอฮอล์นะ) เเละก็พูดกับเราอย่างใจดี เเต่กระนั้นก็ไม่ช่วยให้เราหายตื่นเต้นได้เลยสักนิด ใจเราคิดเตลิดไปไกลมากว่าคงจะต้องเจ็บสุดๆ ไปเลยสินะ ในเวลานั้นเราเริ่มคิดอยากหนีออกไปจากห้อง เเละถามตัวเองว่า "นี่เรามาทำอะไรที่นี่ เราคิดผิดหรือถูกกันเเน่ที่จะมาเจ็บตัว" ยังไม่ทันที่เราจะได้คิดไปไกลกว่านั้น เสียงคุณหมอก็ดังขึ้น ปลุกเราให้ตื่นจากห่วงความคิด "หมอจะฉีดยาชาเเล้วนะครับ" 

จบเสียงพูดของคุณหมอ ความเจ็บเเปล๊บก็วิ่งเข้ามา เรากำมัดทั้งสองข้างไว้เเน่น ร่างกายเราเกร็งไปหมด น้ำตาไหลออกจากตาทั้งสองข้าง เรารู้สึกได้ถึงเเรงบีบของเครื่องวัดความดันที่ขา เราอยากให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปเร็วๆ คณหมอฉีดยาชาลงไปที่จมูกอีกหลายจุด โดยฉีดเริ่มตั้งเเต่ด้านบนลงมาจนถึงปลายจมูก เราเริ่มรู้สึกชาเเละคุณหมอก็เริ่มทำการผ่าตัดเเละใส่ซิลิโคนเข้าไป ช่วงนี้เป็นช่วงที่สบายมากๆ ไม่รู้สึกเจ็บ เเต่รู้สึกถึงเเรงกดที่คุณหมอพยายามปรับรูปซิลิโคนให้เข้าที่ เรารู้สึกว่าช่วงเวลานี้ผ่านไปเร็วมาก เเละระหว่างผ่าตัด เราได้ยินเสียงคุณหมอพูดเเค่เพียง 2-3 ประโยคเท่านั้น คือ "หายใจทางจมูกได้นะครับ ไม่ต้องเกร็ง" เเละ เสียงคุณหมอถามคุณพยาบาลว่า "ช่วยกันเล็งหน่อยว่าจมูกตรงหรือเปล่า" เมื่อพยาบาลตอบว่า "ตรงเเล้วค่ะ สวยเเล้วค่ะ" คุณหมอก็ใช้พลาสเตอร์สีน้ำตาลเเปะลงที่จมูกของเรา เอื้อมมือมาเปิดผ้าสีเขียวที่ปิดหน้าเราออก เเล้วบอกกับเราว่า "หมอให้นอนพักดูอาการก่อน 2 ชั่วโมงเเล้วค่อยกลับบ้านนะครับ"

คุณหมอประจำตัวเราคือคุณหมอ ไตรรงค์ ค่ะ ใจดีมากๆ

ทันทีที่เราออกจากห้องผ่าตัด มีบุรุษพยาบาลมารอรับเเละพาเราเข้าไปนอนยังห้องพักฟื้นผู้ป่วย ตอนนี้เราไม่รู้สึกเจ็บ ปวดบริเวณเเผลนิดหน่อย เเละมึนหัวเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อมาถึงห้องพักฟื้น พยาบาลก็เอาแผ่นเจลประคบเย็นมาให้ เรานอนฟักที่ห้องนั้น 2 ชั่วโมง พยาบาลเิดนมาถามอาการ นำยาเเละเจลประคบเย็นมาให้ พร้อมกับเเจ้งวันที่หมอนัดมาตรวจอาการเเละวิธีการดูเเลตัวเองระหว่างรอแผลหายดีหลังจากนั้นเราก็กลับบ้านโดยมีบุรุษพยาบาลเข็นรถลงเข็นมาส่งที่ชั้น 1


เมื่อเรามาถึงบ้านสิ่งที่ต้องทำคือการประคบเย็นต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน ช่วง 3 วันเเรกนั้นต้องประคบเย็นตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อลดอาการบวม หากประคบเย็นไม่ดี จะเกิดอาการบวมบริเวณหน้าหนักมาก จะมีรอยเขียวช้ำปรากฎให้เห็น เนื่องจากเส้นเลือดฝอยบริเวณรอบๆ จมูกแตกจากการสอดซิลิโคนเข้าไป เเละจะรู้สึกปวดแผลเเต่ไม่มาก เรากินยาเเก้ปวดไปแค่ 2 เม็ดเท่านั้นนับตั้งเเต่ผ่าตัดจนถึงเเผลเริ่มยุบ

เราจะต้องไปพบเเพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ 7 วัน โดยต้องเอาใบนัดไปด้วยทุกครั้ง คุณหมอจะตรวจแผลผ่าตัด สอบถามอารทั่วไปของเรา เเละให้คำเเนะนำในการปฏิบัติตัว การพบหมอครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายที่ 450 ค่ะ หลังจากพบหมอเสร็จ หมอจะนัดเราให้เข้ามาตรวจอาการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายในการพบเเพทย์อีก 350 บาทค่ะ

หลังการผ่าตัด อาการบวมจะเริ่มยุบลงเรื่อยๆ โดยประมาณวันที่ 14 อาการบวมจะลดลงจนจะดูเหมือนเป็นปกติ เราสามารถเเกะพลาสเตอร์ที่แปะอยู่บนสันจมูกออกได้ในวันที่สาม เเละประคบเย็นมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 7 เราหยุดงานไป 4 วัน หลังจากนั้นก็ไปทำงานตามปกติ เเต่บริเวณสันจมูกนั้นก็ยังไม่ถึงกับยุบลงซะทีเดียว ซึ่งคุณหมอก็บอกว่าประมาณ 3 เดือนถึงจะเข้าที่ ตอนนี้เราก็เข้าเดือนที่สองเเล้ว จมูกเราเริ่มเข้าที่ อาการบวมยุบลงมาก จมูกดูเป็นสันสวยขึ้น เราพอใจในฝีมือของคุณหมอมาก เพื่อนๆ ก็ชมว่าจมูกดูสวยเป็นธรรมชาติ เเละก็ยังมีน้องๆ ที่ทำงานหลายคนเตรียมตัวจะไปทำเหมือนกัน...

หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อย ถ้าชอบก็อย่าลืมเเชร์ กดไลด์ในเฟสบุ๊คเเฟนเพจ เเละติดตามอ่านบทความของเราด้วยนะคะ


4 ความคิดเห็น:

  1. ใช่ค่ะคุณหมอมือเบา พูดจาดี ฝีมือดี ทำสวยค่ะ

    ตอบลบ
  2. ทำจมูกและคางกับคุณหมอค่ะ สวยค่ะ แนะนำเลยค่ะ

    ตอบลบ
  3. คุณ​หมอชื่ออะไรค่ะพอดีเรากำลังจะไปแก้จมูกค่ะจะได้อุ่นใจ

    ตอบลบ

การเเสดงความคิดเห็นในบล็อกนี้ ควรใช้คำพูดที่สุภาพ ห้ามใช้คำพูดที่หยาบคาย ด่าทอ ตำหนิ ติเตียนบุคคลอื่น อีกทั้งห้ามเเชร์ข้อความลูกโซ่ในบล็อกนี้โดยเด็ดขาด

by : เจ้าของบล็อก